อวดภาพเด็ดไว้บนเว็บกันดีกว่า

อวดภาพเด็ดไว้บนเว็บกันดีกว่า หลังจากที่พักรบไปพบรัก เอ๊ย! ไปพักร้อนกลับมา ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีภาพถ่ายมาอวดเพียบ.บ.บ. แฮ่ม...เพราะเป็นมือใหม่หัดเล่นกล้อง (ดิจิตอล) ก็เลยเบอร์ห้าบ้าเห่อ...ถ่ายรูปมาซะหลายร้อยรูป

อย่ากระนั้นเลย ไหนๆ ก็ถ่ายรูปมาเยอะซะขนาดนั้น เราไปหาที่อวดฝีมือพร้อมภาพถ่ายงามๆ กันสักหน่อย นั่นก็คือเว็บไซต์สำหรับเอาไว้ไปโพสต์รูป เก็บเป็นแกลเลอรี่ เป็นคลังรูปถ่ายไว้ส่งลิงก์ให้เพื่อนๆ เรียกว่ามาพบกันครั้งนี้คงเป็นที่ถูกอกถูกใจสำหรับผู้ที่ชอบการถ่ายภาพเป็นชีวิตจิตใจอย่างแน่นอน

อันดับ 1
www.dropshots.com

สำหรับเว็บแรกเป็นเว็บฝากรูปและไฟล์วิดีโอคลิปแบบไม่จำกัดปริมาณ แต่จำกัดจำนวน คือได้ 500 รูป กับอีก10 ไฟล์วิดีโอคลิป ซึ่งก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับของฟรี แต่ถ้าหากอยากจะได้พื้นที่เพิ่มก็ต้องจ่ายเงินเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับเว็บนี้ไม่เรื่องมากในการขอแอ็กเคานต์ แค่กรอกยูเซอร์ / อีเมล์ / พาสส์เวิร์ด ลงไป ก็ได้แล้ว แถมอัพโหลดรูปได้ครั้งละ 10 รูป แต่ข้อเสียคือ ไม่สามารถพรีวิวดูก่อนได้

ขั้นตอนก็ง่ายมาก นั่นคือ พอค้นหาไฟล์ที่จะอัพโหลดได้เรียบร้อยแล้วก็กรอกยูสเซอร์เนมกับพาสส์เวิร์ดลงไป กด Upload files เท่านั้นก็เสร็จสิ้นขั้นตอน

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งของดรอปช็อต คือ ค้นหาภาพที่ต้องการได้ง่ายเพราะเขาทำรูปแบบค้นหาในรูปแบบปฏิทิน ไม่ว่าจะหาภาพที่ถ่ายในแต่ละวัน สัปดาห์ หรือจะค้นหาว่าในเดือนนั้นโพสต์รูปไปเท่าไหร่แล้วก็สะดวกดี หรือจะแบบรายปีก็จะง่ายขึ้นเพราะมีช่องบอกเดือน ปีให้ค้น พร้อมบอกด้วยว่าภาพภาพนั้นถ่ายกี่วันผ่านมาแล้วด้วยอีกต่างหาก แต่ขอย้ำว่าเป็นรายละเอียดของ 'วันที่ถ่ายภาพ' นะคะ ไม่ใช่ 'วันที่โพสต์' เว้นแต่ว่าถ้ารูปนั้นไม่ได้ระบุวันที่ถ่าย ไฟล์ก็จะปรากฎเป็นรูปของวันที่โพสต์ ซึ่งเหมาะมากถ้าหากใช้เป็นโฟโต้แกลเลอรี่ เพราะค่อนข้างโพรเท็กซ์รูปที่โพสต์พอสมควร เพราะแม้แต่จะตั้งชื่อรูป จัดการดัดแปลงแก้ไขตกแต่ง หรือจะลบรูปทิ้ง ยังต้องใส่พาสส์เวิร์ดเข้าไปด้วยทุกครั้ง เป็นการป้องกันบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าของแอ็กเคานต์มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ดรอปช็อตก็สมเป็นเว็บฝากรูปจริงๆ เพราะไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจในเว็บเลย แต่ยังดีนะคะที่มีพื้นที่สำหรับ Comment ภาพด้วย

ของเล่นของ ดรอปช็อต ก็มีเหมือนกัน นั่นก็คือ Drop box เป็น Quick Menu ที่ผู้ใช้บริการสามารถ อัพโหลดรูปจาก My Picture ได้เลยโดยไม่ต้องเปิดเว็บให้เสียเวลา ภาพที่โหลดเข้า Drop box ก็จะอัพโหลดขึ้นบนเว็บให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นข้อเด่นที่ได้เปรียบเว็บฝากรูปอื่น เพราะแม้จะยังไม่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต คุณก็สามารถอัพโหลดรูปเข้าไว้ที่ Drop box ก่อนได้ และเมื่ออยู่ในสถานะออนไลน์ปุ๊บ รูปก็จะอัพขึ้นเว็บให้พร้อมสำหรับการเข้าชมได้เลยค่ะ

สำหรับไฟล์วิดีโอคลิปอาจจะโหลดนานนิดหนึ่ง (ขึ้นอยู่กับความเร็วของเครื่องด้วยนะคะ) แต่ขณะที่โหลดเขาก็จะบอก Status ว่าโหลดไปได้แล้วกี่เปอร์เซ็นต์เหลืออีกกี่เปอร์เซ็นต์ ไฟล์มีขนาดเท่าไหร่ และระยะเวลาที่โหลดผ่านไปเท่าไหร่แล้ว เป็นต้น เสียงค่อนดีพอสมควร แต่ภาพยังไม่คมชัดเท่าไหร่ แต่นั่นก็ถือว่าเริ่ดแล้วล่ะค่ะสำหรับของฟรี... (อ้าว... ซะงั้น)

อันดับ 2
www.genebase.com

เว็บไซต์นี้จะเป็นทั้งเว็บบล็อก และที่ฝากรูป ดิฉันจะขอข้ามเรื่องเว็บบล็อกไปเลยนะคะ โดยการฝากรูปที่ Gene base นั้นจะต้องสมัครสมาชิกเพื่อของแอ็กเคานต์ก่อน ซึ่งเมื่อกรอกยูสเซอร์เนม / พาสส์เวิร์ด ครบถ้วนกระบวนความแล้ว ก็เช็กสถานะจากอีเมล์ว่า เราเป็นสมาชิกแล้วหรือยัง ? จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการอัพโหลด (อย่างเมามัน) ซึ่งการอัพโหลดนั้นไม่ยากเลยเพราะในหน้าเพจจะบอกขั้นตอนทีละขั้น อย่างชัดเจน โดยไม่ต้องงมหาเครื่องมือต่างๆ ให้วุ่นวายใจ ถ้าหากจะอัพโหลดทีละรูปก็เข้าเมนู Upload a Single Photo อันนี้จะค่อนข้างช้านิดหนึ่ง เพราะจะพรีวิวรูปให้ดูก่อน แต่ถ้าใจร้อน ก็อัพโหลดแบบ Upload Photos in Bulk อันนี้ก็จะได้ทีละ 6 รูป แต่ไม่เกิน 50 เมกะไบต์ต่อเดือน (ไม่น้อยเลยเหมือนกัน ) โดยให้โอกาสตั้งชื่อ ถ้าไม่มีชื่อที่มาพร้อมกล้อง แต่ไม่ซัพพอร์ตภาษาไทยนะคะ

ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือ เขามีให้เลือกกลุ่มสำหรับรูป ไม่ว่าจะเป็นรูปเพื่อน รูปวิว หรืออยากเขียนพรีเซนต์อะไรลงไป ก็มีพื้นที่ให้เช่นกัน พร้อมทั้งบอกเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ที่ใช้ไป และเมื่อโพสต์รูปลงไปแล้ว พรีวิวดูจะเห็นว่ามีช่องสำหรับผู้ชมคอมเมนต์พร้อมให้คะแนน รายละเอียดของรูปที่โพสต์ เช่น ถ่ายเมื่อไหร่ ไฟล์ชื่ออะไร ขนาดของภาพเท่าไหร่ ค่อนข้างละเอียดดีเหมือนกัน

สำหรับเว็บนี้ค่อนข้างต่างจากเว็บแรก ตรงที่พอล็อกอินเข้ามาแล้วก็จะเจอหน้าบล็อกก่อน จากนั้นเจ้าของบล็อกก็ค่อยจัดการกับเมนูอื่นๆ ต่อไป ซึ่งของเล่นสำหรับเว็บนี้ก็ไม่น้อยหน้าใครเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเมนู Build your interactive tree อันนี้เอาไว้ทำภาพลำดับญาติ เพราะเขาจะให้กรอกรายละเอียดของชื่อพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย จากนั้นก็จะมีออโต้ลิงก์ให้ว่า ช่องไหนของใคร โยงเส้นหากันให้พร้อม... น่ารักดีเหมือนกันค่ะ ซึ่งตัวที่ต่อเนื่องกันก็คือ Ancestry Search and Contribute, DNA Ancestry Project ไม่ต้องแปลกใจนะคะ ที่ข้อมูลสำคัญที่เราต้องกรอกจะเป็นเรื่องของญาติโกโหติกา มากกว่าเรื่องของเราเอง เพราะจากชื่อเว็บก็บอกอยู่แล้วว่า... Gene เป็นเว็บที่เหมาะสำหรับสมาคมคนรักครอบครัว ที่รักการถ่ายรูปและเขียนบล็อกเป็นอันดับหนึ่ง (ว่าเข้าไปนั่น) หลังจากที่ไปแอบดูบล็อกชาวบ้าน... ก็น่ารักดีค่ะ เพราะนอกจากเราจะได้รู้จักเจ้าของบล็อกแล้วเรายังได้รู้จักถึงปู่ย่าตายายเค้าอีกด้วย เผลอๆ ลิงก์กันไปลิงก์กันมาเป็นญาติกันไม่รู้ตัวอีก ซึ่งบ้านเรายังไม่มีบริการแบบนี้ (นึกไม่ออกว่าถ้ามี...แล้วจะนับญาติกันยังไงไหวน้อ.อ.อ)

อันดับ 3
www.Pbase.com

เว็บสุดท้ายที่จะแนะนำในฉบับนี้ เป็นเว็บที่น่าสนใจไม่แพ้สองเว็บข้างต้นเลยทีเดียว แถมชื่อเสียงของ Pbase ก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางสำหรับนักถ่ายภาพมืออาชีพ เป็นเว็บฝากรูปล้วนๆ ซึ่งช่างภาพเก่งๆ จะเอารูปมาโพสต์ไว้เยอะมาก และสำหรับคนที่สนใจเรื่องถ่ายภาพ หรือบรรดามือโปรฯ ก็มักจะมาศึกษางานของคนอื่นไปปรับใช้กับงานของตัวเองกันที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายแบบแมนวลที่ต้องอาศัยเทคนิคต่างๆ ในการถ่ายภาพไม่น้อย ไม่นานมานี้เอง Pbase ก็เพิ่งเริ่มทำแมกาซีนเกี่ยวกับภาพถ่ายและการถ่ายภาพ ใครสนใจก็ลองแวะไปชมเว็บไซต์เขาได้ที่นี่ค่ะ http://www.pbase.com/magazine

เอาล่ะค่ะ ทีนี้เรามาพูดถึงตัวเว็บกัน สำหรับ Pbase การขอยูสเซอร์ก็ง่ายๆ เหมือนกัน แค่กรอกอีเมล์ กับชื่อแอ็กเคานต์ที่ต้องการใช้เท่านั้นเอง ใส่พาสส์เวิร์ดจบ แล้วก็ตรวจสอบสถานภาพจากอีเมลล์ จากนั้นก็สามารถเข้ามาโพสต์ภาพถ่ายสวยๆ ได้ ฟรี 10 เม็กค่ะ, แต่ถ้าต้องการพื้นที่มากขึ้นก็ต้องสมัครสมาชิกเป็นเรื่องเป็นราว เขามี trial version ซึ่งต้องไปสมัครอีกที สนนราคาก็อยู่ที่ ปีละ 23 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับ 300 เมกะไบต์ หรือจะเป็น 60 เหรียญสหรัฐฯ สำหรับ 900 เมกะไบต์ต่อปี สมัครได้ที่นี่ (www.pbase.com/pricing.html) ประมาณว่า ปรารถนาปริมาณมากน้อยแค่ไหนก็เลือกได้ตามปริมาณเงินในกระเป๋าค่ะ

สำหรับขั้นตอนการอัพโหลดรูปก็ไม่ยาก เพียงแค่เลือกเมนู Create a new Gallery ตั้งชื่อเรียบร้อยแล้วก็ทำการอัพโหลดภาพได้เลย ดูเหมือนจะได้ทีละสิบกว่ารูปอยู่เหมือนกัน หลังจากนั้นก็เข้าสู่หน้า Make changes and hit the Update Gallery button ซึ่งถ้าคนเขียนเว็บไซต์เก่งๆ เขาก็จะแต่งหน้าเพจเองได้ด้วย แต่ถึงแม้จะแค่มือสมัครเล่นในส่วน style sheet ก็ยังสามารถปรับแต่งหน้าเพจได้เหมือนกัน

นอกจากนั้น ก็ยังบอกสถานะของภาพด้วย สำหรับภาพที่ถ่ายจากกล้องดิจิตอล เช่น เราถ่ายจากกล้องรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร ความเร็วเท่าไหร่ หน้ากล้องเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นส่วนดีสำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษา หรือใช้กล้องรุ่นเดียวกันนี้อยู่

ส่วนเมนูอื่นๆ ก็คล้ายๆ กับเว็บฝากรูปอื่นโดยทั่วไปคือ สามารถแก้ไขภาพได้ หรือต้องการสร้างกลุ่มของภาพ ลบภาพ ตกแต่งหน้าเพจ หรือจะตกแต่งกรอบภาพ ก็มีให้เลือกตามความชื่นชอบ แต่สีพื้นของ Pbase จะเน้นโทนเข้ม เป็นการเป็นงาน

จุดเด่นของ Pbase คือการแนะนำการถ่ายภาพและกล้องถ่ายภาพ http://www.pbase.com/cameras ซึ่งนอกจากจะได้ความรู้เรื่องการถ่ายภาพแล้วยังรู้เรื่องกล้องถ่ายรูปยี่ห้อต่างๆ อีกด้วย

หลังจากที่ลองเปิดดูภาพถ่ายใน Popular Galleries Photos หลายๆ ภาพแล้วก็ต้องอึ้ง ทึ่ง และยอมรับในฝีมือของ (คน) ช่างถ่ายจริงๆ เพราะส่วนใหญ่เป็นภาพถ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นในบ้านเรา หรือไม่ใช่ภาพที่จะปรากฏให้ได้เห็นบ่อยนัก ดูไปก็เพลินดี และนั่นทำให้ฮึกเหิมและออกไปทางย่ามใจ หันไปหยิบกล้องออกมาจากย่าม (กระเป๋า) เล็งเป้าหมายไปยังท้องนา เห็นโคแก่กำลังเล็มหญ้าอ่อน (เรื่องจริงนะ...มิใช่คำเปรียบเปรยแต่อย่างใด) ขอบอกว่า ช็อตเด็ดๆ อย่างนี้มีให้เห็นไม่บ่อยนักหรอก ว่าแล้วก็กด...แชะๆๆๆๆ

อยากรู้มั้ย...ว่ารูปที่ถ่ายมาได้ฟิลลิ่งขนาดไหน ? ถ้าอยากรู้ ก็ต้องไปดูที่เว็บ.บ.บ เอ่อ.อ.อ. ว่าแต่...เว็บไหนดีหว่า ???

ทีมา Computer Today ฉบับที่ 286 ปักษ์หลัง พฤษภาคม 2549 IT & Feature : Web line